พระประทานฝนหลวงพิเศษภักดิ์
     
 

โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติการค้นคว้าทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกกับกลุ่มเมฆเหนือวนอุทยานแห่งชาติเข้าใหญ่ ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512

 

โปรดเกล้าฯ ให้ใช้สนามบินบ่อฝ้าย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานปฏิบัติการค้นคว้าทดลองการทำฝนต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2512

 

ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม พ.ศ. 2514 โปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว. เทพฤทธ์ เทวกุล บัญชาการคณะปฏิบัติการค้นคว้าทดลองควบคู่การปฏิบัติการทำฝนหวังผล ณ ฐานปฏิบัติการสนามบิน จ.นครสวรรค์ ให้ฝนตกลงสู่นาข้าวของจังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งประสบสภาวะแห้งแล้งในขั้นวิกฤติ ตามการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของชาวนาทั้งสองจังหวัด สามารถช่วยนาข้าวดังกล่าวรอดพ้นจากความเสียหายได้ในระยะเวลาอันสั้นและทันการเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่นั้นมาเป็นการปฏิบัติการทำฝนควบคู่กับการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาเทคนิค และเทคโนโลยีฝนหลวงตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

17 มีนาคม – 3 เมษายน พ.ศ. 2515 ทรงบัญชาการคณะปฏิบัติการทำฝนคณะที่ 2 ตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบิน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อปฏิบัติการฯ ช่วยเหลือ สวนผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีและระยอง ซึ่งประสบสภาวะแห้งแล้งในขั้นวิกฤติ ตามการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของชาวสวนของทั้งสองจังหวัดอย่างเร่งด่วน ทรงสามารถช่วยให้สวนผลไม้ของทั้งสองจังหวัดให้รอดพ้นความเสียหายได้ทั้งสิ้นในระยะเวลาอันสั้นและทันการ

ทรงประสานขอความร่วมมือเครื่องบิน ซี 123 และดาโกต้าของกองทัพอากาศผสมกับเครื่องบินจากกองบินตำรวจ จัดตั้งเป็นคณะปฏิบัติการคณะที่ 1 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการช่วยเหลือในการทำนาของจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และกำแพงเพชร โดยใช้สนามบินจังหวัดพิษณุโลกเป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม – 23 กันยายน พ.ศ. 2515 บัญชาการโดย ม.ร.ว. เทพฤทธ์ เทวกุล

ทรงบัญชาการคณะปฏิบัติการคณะที่ 2 ช่วยเหลือจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา เป็นการปฏิบัติการช่วยเหลือจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นปีแรก โดยใช้สนามบินจังหวัดขอนแก่นเป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 11 กันยายน พ.ศ. 2515

ทรงบัญชาการคณะปฏิบัติการคณะที่ 2 สาธิตการทำฝนให้นักวิทยาศาสตร์ประเทศสิงคโปร์ชมในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 โดยเสด็จมาบัญชาการ ณ ที่สันเขื่อนแก่งกระจานให้คณะปฏิบัติการหน่วยที่ 2 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่สนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน ในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ส่วนวันอื่นๆ ที่เหลือทรงบัญชาการจากพระตำหนักจิตรลดาในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ในวันปฏิบัติการสาธิต ทรงสามารถบังคับให้เกิดฝนตกลงสู่พื้นผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ที่ทรงกำหนดให้พื้นที่เป้าหมายที่เล็กและท้าทายที่สุดได้อย่างแม่นยำและสัมฤทธิ์ผลเป็นที่อัศจรรย์ แก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์และข้าราชการบริพารระดับสูง และผู้บริหารระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เฝ้าสังเกตการณ์ปฏิบัติการสาธิตอยู่ ณ สันเขื่อนนี้

ทรงบัญชาการจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ให้คณะปฏิบัติเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์ทำการปฏิบัติการทำลายเมฆหมอก ในโอกาสเดียวกันนี้โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติการทำลายเมฆ เพื่อถวายอารักขาแด่สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นพระราชอาคันตุกะ โดยใช้สนามบินจังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2515 – 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516

 

ทรงบัญชาการคณะปฏิบัติการหน่วยที่ 2 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบินเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก จากพระราชตำหนักจิตรลดา กรุงเทพฯ เพื่อทดลองปฏิบัติการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล ระหว่างวันที่ 15-29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างได้ถึง 620 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำเหนือเขื่อนสูงขึ้น 150 เซนติเมตร

ทรงบัญชาการให้ปฏิบัติการทำฝนบรรเทาการระบาดของอหิวาตกโรคที่ระบาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม และปทุมธานี สามารถทำให้ภาวะวิกฤตคืนสู่สภาวะปกติได้ภายในเพียง 4 วัน โดยทรงบัญชาการจากพระตำหนักจิตรลดามายังฐานปฏิบัติการที่สนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516

โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติการผลักดันน้ำเค็มและไล่น้ำเน่าในแม่น้ำแม่กลอง และช่วยเหลือไร่อ้อยตามการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 โดยตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบิน ทบ. จังหวัดราชบุรีในการนี้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายบางส่วน จากผลสำเร็จทำให้ราษฎรชาวไร่อ้อยเขต 7 สมทบทุนจัดซื้อเครื่องบินน้อมเกล้าฯ ถวาย ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม – 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2516

ทรงบัญชาการจากพระตำหนักจิตรลดามายังคณะปฏิบัติการที่ 2 ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบินจังหวัดขอนแก่น เพื่อช่วยเหลือการทำนาและพืชไร่ให้แก่จังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม – 29 สิงหาคม พ.ศ. 2516

ในช่วงภารกิจนี้เองมีเหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องจารึกไว้ คือ - ทรงสรุปขั้นตอนกรรมวิธีการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองอย่างเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สัมฤทธิ์ผล ตามข้อสมมุติฐานที่ทรงกำหนดและหวังผลอย่างชัดเจน ในการทำฝนจากเมฆอุ่น คือ ก่อกวน-เลี้ยงให้อ้วน-โจมตี พระราชทานให้ใช้เป็นเทคโนโลยีในการปฏิบัติการทำฝนหวังผลเป็นครั้งแรก และถือปฏิบัติสืบเนื่องมาจนปัจจุบันนี้

และทรงบัญชาการให้ทำการทดลองใช้สารทำฝนสูตรร้อน แคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมคาร์ไบด์ โดยโปรยเข้าไปในฐานเมฆโดยตรง เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆ โดยทรงคาดหมายว่าเมฆจะก่อตัวในแนวตั้งขึ้นไปในลักษณะระเบิดปรมาณูแต่พบว่าก่อตัวขึ้นในรูปต้นสน โดยทดลองกับกลุ่มเมฆเหนือพื้นที่ต้นลมของพื้นที่ อำเภอบรบือ ปรากฏว่าฝนตกหนักลงสู่ อำเภอบรบือ วัดได้ถึง 40 มม.

 

ระหว่างวันที่ 3 เมษายน – 27 เมษายน พ.ศ. 2517 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติการไล่น้ำเน่าและผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำแม่กลอง และช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเขต 7 ซ้ำอีกครั้ง จากความสำเร็จราษฎรในเขต 7 นี้ เปลี่ยนจากเดิมที่เรียกว่า ฝนหลวงพระราชทานบ้าง ฝนในหลวงบ้าง แต่นิยมเรียกว่า ฝนหลวง ในพื้นที่อื่นๆ และโดยสื่อมวลชนทั่วไปมากกว่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้คำว่า ฝนหลวง เพราะเป็นคำที่มีความหมายและความสำคัญในตัวเพียงพออยู่แล้ว และอีกประการหนึ่งไม่มีพระประสงค์ที่จะยกย่องและโปรปะกันดา (Propaganda) พระองค์เอง จนในที่สุดคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นมีมติให้ใช้คำว่าฝนหลวงเป็นทางราชการ แทนคำว่า ฝนเทียมที่เคยมีผู้เรียกขานกันแต่ก่อน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นคำว่า ฝนหลวง จึงเกิดมาจากประชามติโดยแท้

ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม พ.ศ. 2517 เกิดฝนทิ้งช่วงระยะยาวในทั้ง 16 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้นาข้าวที่ปลูกหรือปักดำไปแล้วไม่มีน้ำพอที่จะปักดำกำลังจะได้รับความเสียหายรวมกันไม่น้อยกว่า 17 ล้านไร่ จึงทรงพระกรุณาประสานงานขอให้กองทัพอากาศ สนับสนุนเครื่องบิน ซี123 จำนวน 2 เครื่อง และกองบินตำรวจสนับสนุนเครื่องบินปอร์ตเตอร์อีก 2 เครื่อง สมทบกับเครื่องบินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 8 เครื่อง จัดตั้งเป็นคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ โดยตั้งฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่สนามบินจังหวัดขอนแก่น ทรงบัญชาการและวางแผนให้เครื่องบิน ซี123 ทั้ง 2 เครื่อง บรรทุกสารฝนหลวงจากสนามบินดอนเมือง ปฏิบัติการตามแผนแล้วมาลงที่สนามบินขอนแก่น และบรรทุกสารเคมีจากสนามบินจังหวัดขอนแก่นขึ้นปฏิบัติการสนับสนุนแล้วบินกลับไปลงสนามบินดอนเมืองในวันเดียวกัน และเครื่องบินขนาดเล็กเสริมปฏิบัติการตามขั้นตอนกรรมวิธีของเทคโนโลยีฝนหลวงพระราชทาน ปฏิบัติการเช่นนี้จนเสร็จสิ้นภารกิจช่วยให้รอดพ้นความเสียหาย เกษตรกรสามารถปลูก และปักดำนาข้าวเพิ่มขึ้นได้เกือบเต็มพื้นที่ 100%

 

ได้เกิดภาวะแห้งแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วงยาวในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่อัตรากำลังของเครื่องบิน และอุปกรณ์ที่มีอยู่สามารถจัดคณะปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือราษฎรได้เพียง 1 คณะ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามจัดเครื่องบินเพิ่มขึ้นรวมกับเครื่องบินที่ราษฎรน้อมเกล้าถวาย ซึ่งพระราชทานไว้ในความรับผิดชอบของกองบินตำรวจ จึงสามารถจัดคณะปฏิบัติการขึ้นเป็น 2 คณะ คณะที่ 1 ปฏิบัติการช่วยเหลือให้แก่ภาคติวันออกเฉียงเหนือ บัญชาการโดย ม.ร.ว.เทพฤทธิ์  เทวกุล คณะที่ 2 ปฏิบัติการช่วยเหลือให้แก่ภาคกลางและภาคตะวันออกบางจังหวัด ทรงบัญชาการเอง โดยมีวรุณ 1 เป็นผู้สนองพระราชกระแส และพระราชประสงค์ในการปฏิบัติการในภาคสนาม แต่เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดภาวะแห้งแล้งพร้อมกันเป็นบริเวณกว้างเกินความสามารถ และสมรรถนะของเครื่องบินของคณะปฏิบัติการหน่วยที่ 1 จะปฏิบัติการให้ทั่วถึง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ติดต่อขอเครื่องบิน ซี-123 ซึ่งเป็นเครื่องบินบรรทุกขนาดใหญ่ของกองทัพอากาศมาสนับสนุนการปฏิบัติการ จำนวน 2 เครื่อง ทำให้สามารถปฏิบัติการได้เป็นบริเวณกว้างยิ่งขึ้น และทรงติดตามผลอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยยิ่ง รวมทั้งพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิค และทรงวางแผนปฏิบัติการเป็นครั้งคราวด้วยพระองค์เองด้วย ทำให้การปักดำของภาตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลี่ยทั้งภาคได้เกินกว่า 95% และเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตสูงสุดอย่างไม่เคยปรากฏมาเลยในอดีต

 

เนื่องจากเกิดภาวะแห้งแล้งขึ้นพร้อมกันเกือบทั่วประเทศ อัตรากำลังและเครื่องบินและอุปกรณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีอยู่สามารถจัดคณะปฏิบัติการฝนหลวงได้เพียง 2 คณะปฏิบัติการช่วยเหลือให้แก่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สามารถย้ายไปปฏิบัติการช่วยเหลือให้แก่ภาคเหนือ ซึ่งเกิดภาวะแห้งแล้งอย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้อนุมัติหลักการให้เช่าเครื่องบินเอกชน เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือแก่ภาคเหนือ โดยจัดเป็นคณะปฏิบัติการฝนหลวงอีก 1 คณะ รวมเป็น 3 คณะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัย และทรงร่วมและติดตามการปฏิบัติการของทั้ง 3 คณะ อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยยิ่ง รวมทั้งพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคและทรงวางแผนปฏิบัติการเป็นครั้งคราวด้วยพระองค์เอง ทำให้ผลการปฏิบัติการของทั้ง 3 คณะ ประสบความนสำเร็จอย่างดียิ่ง

 

ผู้บัญชาการกองทัพบกในขณะนั้น รับสนองพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องประสบความทุกข์ยากอันเนื่องมาจากสภาวะแห้งแล้งซ้ำซากเสมอมา ในปี พ.ศ. 2530 นี้ ได้เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงในทุกภาคของประเทศ กองทัพบกจึงประสานงานระดมสรรพกำลังจัดตั้งเป็น โครงการน้ำพระราชหฤทัยจากในหลวงเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ โครงการอีสานเขียว สำหรับปี พ.ศ. 2530 เป็นการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินเฉพาะหน้าในปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมของราษฎร กองทัพบกจึงเป็นแกนนำจัดตั้งเป็น โครงการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ ภายใต้โครงการน้ำพระราชหฤทัยของในหลวง และมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเป็นแกนกลาง ร่วมกับสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงให้สนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์และประสานงานให้กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบินตำรวจ สนับสนุนเครื่องบิน และบุคลากร โดยมีบุคลากรของกรมอุตุนิยมวิทยา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยามหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น สนับสนุนทั้งปฏิบัติการและประเมินผล โดยจัดตั้งเป็นคณะปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นเป็น 2 คณะ

  • คณะปฏิบัติการฝนหลวงที่ 1 : ตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบินพาณิชย์จังหวัดขอนแก่นรับผิดชอบ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • คณะปฏิบัติการฝนหลวงที่ 2 : ตั้งฐานปฏิบัติการที่สนามบิน ทอ. จังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ทั้ง 2 คณะ ได้รับเครื่องบินสนับสนุนดังนี้ :
-  กองทัพอากาศสนับสนุน เครื่องบินดาโกต้า
เครื่องบินซี-123
จำนวน 3 เครื่อง
จำนวน 1 เครื่อง
-  กองทัพเรือสนับสนุน

เครื่องบินดาโกต้า
จำนวน 1 เครื่อง
 

โปรดเกล้าฯ ผ่านสำนักราชเลขาธิการ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ตามหนังสือที่ รล. 0003/1775 ให้จัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง เพื่อทำการพัฒนาเทคโนโลยีและข้อแนะนำทางเทคนิคควบคู่กับการปฏิบัติการฝนหลวงหวังผลในช่วงฤดูแล้วอย่างจริงจัง เพื่อหวังผลให้ฝนตกลงสู่ลุ่มน้ำใต้เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ได้แก่ ลุ่มน้ำตอนบ่างของแม่น้ำปิด วัง ยม น่าน เป็นพื้นที่ติดต่อกั้นมารถึงลุ่มเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสักตอนบน รวมทั้งลุ่มน้ำสาขาที่ยังมีน้ำไหลของลุ่มน้ำเหล่านั้น เช่น ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำทับเสลา ลุ่มน้ำสวนหมาก เป็นต้น เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนให้แก่พื้นที่ลุ่มน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายหลัก และลุ่มน้ำสาขาดังกล่าว รวมทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสาขาตอนใต้เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อผลักดันน้ำเค็มอีกด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนองพระราชประสงค์สั่งการให้สำนักฝนหลวงและกระทรวงเกษตรฯ จัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ 2 คณะ คือ คณะที่ 1 ตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบิน จ.นครสวรรค์ และคณะที่ 2 ตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบิน จ.พิษณุโลกอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2537 ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติการเดือน กุมภาพันธ์ (ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาว) และเดือนมีนาคม – เมษายน (ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูร้อน) ทรงติดตามผลการปฏิบัติการพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิค และแผนที่แบ่งเขตพยากรณ์คาดหมายพื้นที่การเกิดเมฆที่ทำฝนได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามรรถกูภัยแล้งในภาคเกษตรกรรม และการผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติได้อย่างสัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์

 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ผ่านกองงานส่วนพระองค์ ให้จัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกูภัยแล้งขึ้น 2 คณะ ตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบิน จ.นครสวรรค์ ประกอบด้วย เครื่องบินเล็กของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปฏิบัติการให้จังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย ลุ่มน้ำภาคกลางตอนบน และตั้งฐานปฏิบัติ ณ สนามบิน จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการให้จังหวัดในพื้นที่เป้าหมายลุ่มน้ำภาคเหนือตอนบน ในลักษณะเดียวกับ พ.ศ. 2537 เป็นแบบอย่างที่อยู่ภายใต้กรอบหรือขอบเขตที่เป็นฝนหลวงพิเศษ ที่เห็นได้อย่างชัดเจน การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งต่อโครงการฝนหลวง โปรดเกล้าฯ ให้เป็นการปฏิบัติการฝนหลวงหวังผลควบคู่กับการปฏิบัติการค้นคว้าทดลอง ได้พัฒนาขั้นตอนกรรมวิธีเทคโนโลยีฝนหลวงจาก 4 เป็น 6 ขั้นตอนกรรมวิธี รวมทั้งทรงประดิษฐ์คิดค้นเทคนิคการโจมตีแบบ Super Sandwich

ทรงประดิษฐ์แผนภาพ (การ์ตูน) ขั้นตอนกรรมวิธีฝนหลวงทั้ง 6 ขั้นตอน ไว้ในหน้ากระดาษ A-4 เพียงหน้าเดียวพระราชทานให้ใช้เป็นตำราฝนหลวง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) และต่อไปในอนาคต จึงเรียกว่า “ตำราฝนหลวงพระราชทาน”

โปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ณ ท่าอากาศยานหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นศูนย์เฉลิมพระเกียรติฉลองพระราชประสงค์โดยตรง และเป็นศูนย์ต้นแบบในการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคทั้ง 9 ศูนย์ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการกระจายอยู่ทั่วประเทศในช่วงฤดูแล้ง

 

โปรดเกล้าฯ ให้ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวงจากศูนย์หัวหินเดินทางไปถ่ายทอดประสบการณ์ในการประยุกต์เทคนิคและเทคโนโลยีฝนหลวงโดยการปฏิบัติการสาธิตร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคตะวันออก ณ ฐานปฏิบัติการอู่ตะเภา จ.ระยอง ตามคำกราบบังคมทูลขอพระราชทานข้อแนะนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น (คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) เพื่อช่วยภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดของ จ.ระยอง และย่านอุตสาหกรรมเล็กที่กระจายอยู่รายรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเนื่องจากอ่านเก็บน้ำต่างๆ ที่ส่งน้ำเพื่อการผลิตแก่ภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว อยู่สนภาวะวิกฤติปริมาณน้ำเก็บกับในแต่ละอ่างเก็บต่ำมากเกือบติดก้นอ่าง หากไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำเหล่านี้ได้ภายในสามวัน ภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดต้องหยุดผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพราะภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกถึงมีกำลังผลิตรวมกันเป็น 1 ใน 3 ของกำลังผลิตอุตสาหกรรมทั้งประเทศ

 

ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 18 เมษายน พ.ศ. 2550 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเพื่อบรรเทาหรือทำลายหมอกควัน อันเกิดจากไฟป่ารุนแรงในขั้นวิกฤติปกคลุมจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ก่อให้เกิดผลกระทบในขั้นเป็นอันตรายกับระบบทางเดินหายใจและดวงตา สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว คมนาคมทั้งทางอากาศและทางบอก มาตรการทำลายหมอกควันและไฟป่าของทางราชการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้น เดือนมีนาคมไม่ได้ผลเท่าที่ควรและไม่สามารถลดปริมาณหมอกควันให้ลดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรลงมาได้ โปรดเกล้าฯ ให้ผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์อัญเชิญข้อแนะนำพระราชทานแด่ผู้อำนวยการสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคเหนือตอนบนให้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเฉพาะกิจ เพื่อทำลายและควบคุมหมอกควันให้ลดต่ำลงกว่าเกณฑ์มาตรฐานปกติ เพื่อให้จังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบนคืนเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมทั้งให้ประสานงานกับกองทัพอากาศขอให้สนับสนุนเครื่องบินดาโกต้า 1 เครื่อง ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางตอนบนสนับสนุนเครื่องบินคาราแวน 2 เครื่อง และศูนย์ฝนหลวงหัวหินให้สนับสนุนชุดปฏิบัติการเมฆเย็นพร้อมด้วยเครื่องบินเมฆเย็น (คิงแอร์) จำนวน 1 เครื่อง มาสมทบกับเครื่องบินกาซ่า 2 เครื่องของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาคเหนือตอนบน โดยให้ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบนเป็นหัวหน้าคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเฉพาะกิจดังกล่าว พร้อมทั้งให้ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวงมาร่วมปฏิบัติการ ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตามเทคโนโลยีและเทคนิคพระราชทานที่เคยปฏิบัติการได้ผลมาแล้ว สามารถปฏิบัติการสัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ระหว่างวันที่ 19 เมษายน – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 หลังจากเสร็จภารกิจปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเฉพาะกิจในการทำลายหรือยับยั้งหมอกควันอย่างสัมฤทธิ์ผลคืนเข้าสู่สภาวะปกติแล้วโปรดเกล้าฯ ผ่านผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์ ให้ยุติภารกิจทำลายหรือยับยั้งความรุนแรงของหมอกควัน และให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบนกลับเข้าสู่สถานภาพเดิมปฏิบัติการฝนหลวงตามปกติ และทรงพระกรุฯโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางตอนบน ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบินนครสวรรค์อยู่แล้ว ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเฉพาะกิจเพื่อทำลายหรือยับยั้งความรุนแรงของพายุลูกเห็น ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-เมษายน) ของทุกปี สุดแล้วแต่ความรุนแรงและความถี่ของการเกิดพายุลูกเห็บ แต่ในฤดูร้อนปี 2550 นี้ได้เกิดพายุลูกเห็บที่มีความถี่ และความรุนแรงอยู่ในขั้นวิกฤติ สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน การเพาะปลูก และเศรษฐกิจให้แก่ราษฎร และจังหวัดในพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการมากกว่าปีก่อนๆ โดยโปรดเกล้าฯ ให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหินเคลื่อนย้ายเครื่องบินเมฆเย็น (คิงแอร์) จำนวน 1 เครื่อง และบุคลากรชุดที่สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ ยับยั้งหรือทำลายหมอกควันในภาคเหนือตอนบนดังกล่าวข้างต้นมาสมทบกับเครื่องบินเมฆอุ่น กาซ่า 2 เครื่อง คาราแวน 2 เครื่อง และบุคลากรที่มีอยู่แล้วของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง ประกับกันเป็นคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษทำลายลูกเห็บ ณ สนามบินนครสวรรค์ ซึ่งมีขีดความสามารถพร้อมจะปฏิบัติการและประยุกต์ข้อแนะนำทางเทคนิคพระราชทานเสริมการดัดแปรสภาพอากาศโดยเทคโนโลยีฝนหลวงได้อย่างครบถ้วนขั้นตอนกรรมวิธี ทั้งนี้โปรดเกล้าฯ ให้ผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์เป็นผู้อัญเชิญข้อแนะนำพระราชทาน ประสานงานสนับสนุนการแก้ไขปัญหา และร่วมในการปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยเริ่มลงมือปฏิบัติการจริงจังตั้งแต่ วันที่ 20 มีนาคม 2550 และสัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์ ยุติการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2550 เป็นการยืนยันผลสัมฤทธิ์การประยุกต์ข้อแนะนำทางเทคนิคเสริมเทคโนโลยีฝนหลวงในการทำลาย หรือยับยั้งความรุนแรงพายุลูกเห็บที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นและทรงจดสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยไว้แล้ว

จะเห็นได้ว่า ฝนหลวงพิเศษมีการปฏิบัติการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่มีการเริ่มต้นการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองการทำฝนในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2512 ตลอดมาจนถึงปีอันเป็นมหามงคล พ.ศ. 2550 ในบรรดาการปฏิบัติฝนหลวงพิเศษที่ได้ประมลโดยสรุปไว้ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น มีหลายกรณีที่มีความสำคัญและมีลักษณะเด่นที่สมควรขยายความในรายละเอียดทั้งในเชิงวิชาการและในเชิงจดหมายเหตุ เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาและเป็นเอกสารอ้างอิงที่เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาเทคนิคหรือเทคโนโลยีฝนหลวงให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และมีการสืบทอดให้มั่นคงสืบไป เป็นแนวทางและต้นแบบเป็นที่ประจักษ์ ที่นักวิชาการฝนหลวงรุ่นหลังจะนำไปเป็นแบบอย่างทั้งในการปฏิบัติการฝนหลวงหวังผล การปฏิบัติการค้นคว้าทดลอง และการพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง และเทคนิคต่อยอดในอนาคต

ดังนั้นจึงได้ขยายความในรายละเอียดทั้งในเชิงวิชาการและจดหมายเหตุ ดังกรณีศึกษาต่างๆ ที่มีความสำคัญและลักษณะเด่นดังกล่าวข้างต้น ภายใต้ชื่อหัวข้อต่างๆ ถัดไป ดังนี้

  • การค้นคว้าทดลองด้วยการปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2512
  • การค้นคว้าทดลองต่อเนื่องจากการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองในท้องฟ้าในช่วงปี พ.ศ. 2512-2513
  • การปฏิบัติการทำฝนหวังผลเป็นครั้งแรกควบคู่กับการปฏิบัติการค้นคว้าทดลอง ณ สนามบิน จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2514
  • ทรงบัญชาการปฏิบัติการทำฝนช่วยสวนผลไม้จังหวัดระยอง และจันทบุรีในภาพตะวันออกเป็นปีแรก พ.ศ. 2515 ด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก
  • ทรงประมวลผลสัมฤทธิ์ และประดิษฐ์คิดค้นให้เป็นเทคโนโลยีฝนหลวง พ.ศ. 2516
  • ทรงบัญชาการการปฏิบัติการทำฝนกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2517
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งให้แก่จังหวัดในภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง พ.ศ. 2537
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษดับไฟป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัด นราธิวาส พ.ศ. 2541
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งให้แก่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน
  • การประดิษฐ์คิดค้นเทคนิคการโจมตีเมฆอุ่นและเมฆเย็นด้วย Super Sandwich Technic พ.ศ. 2548
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้วแก่ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก พ.ศ. 2549
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเพื่อยับยั้งและทำลายหมอกควันในภาคเหนือตอนบน พ.ศ. 2550
  • การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเพื่อยับยั้งและทำลายพายุลูกเห็บให้แก่จังหวัดในภาคกลางตอนบน พ.ศ. 2550