พระมหากรุณาธิคุณทรงเมตตา

นับแต่วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสัจตติวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2549 ที่ทรงครองราชย์เป็นปีที่ 60 และทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นต้นมาตราบจนบัดนี้ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขถ้วนทั่วอย่างสม่ำเสมอมิได้ทรงว่างเว้น ในการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมเยือนทุกข์สุขของพสกนิกรทั่วราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องตลอดมา อาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีพื้นที่ส่วนใดในสยามประเทศที่ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง แม้ว่าพื้นที่จะอยู่ห่างไกลในท้องถิ่นทุรกันดาร หรือป่าเขาลำเนาไพรที่ต้องเสด็จพระราชดำเนินเข้าไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงต่อภัยยันตรายอย่างยากที่จะมีผู้ใดเสมอเหมือน ทำให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรสภาพความเป็นจริงของสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ทั้งแหล่งต้นน้ำลำธาร สภาพพื้นดิน ป่าไม้ เส้นทางคมนาคมที่ทุรกันดาร ตลอดจนสภาพความเป็นอยู่ของพสกนิกรผู้ยากไร้ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ขาดความรู้ความเข้าใจที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ชีวิตอยู่กันไปอย่างแร้นเค้นตามยถากรรม


ฉะนั้น สภาพปัญหาที่ทรงพบเห็นในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชทานไปทั่วทุกส่วนของประเทศดังกล่าว จึงไม่มีความทุกข์ยากเดือดร้อนลำเค็ญใดๆ ของพสกนิกรรอดพ้นพระเนตรพระกรรณและความห่วงใยขอพระองค์ท่านไปได้ อันเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทรงอุตสาหะวิริยะเหน็ดเหนื่อยตรากตรำพระวรกายและสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการค้นหา หรือประดิษฐ์คิดค้นมาตรการหรือวิธีการที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พวกเขาเหล่านั้นได้อย่างตรงประเด็นปัญหา และสัมฤทธิ์ผลโดยเร็วด้วยความเอาพระทัยใส่

จึงเป็นภาพเจนตาของประชาชนชาวไทย ที่เห็นพระเจ้าอยู่หัวของพวกเขาทรงถือแผนที่ในพระหัตถ์ข้างหนึ่ง วิทยุมือถืออีกข้างหนึ่ง และมีกล้องบันทึกภาพคล้องพระศอเสด็จพระราชดำเนินไปในทุกแห่งหน แม้ต้องเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทตามทางเท้าที่รกร้าง ทรงข้ามขอนไม้หรือสะพานไม้แผ่นเดียวหรือแม้แต่ต้องทรงลุยข้ามลำธารด้วยพระองค์เอง เข้าไปสู่พื้นที่ทุรกันดารที่ไม่มีทางคมนาคมใดๆ เข้าไปได้ หรือภาพที่ทรงขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยพระองค์เองฝ่าเข้าไปในป่ารกร้าง โดยต้องมีคนแผ้วถางกรุยทางนำหน้า หรือภาพรถยนต์พระที่นั่งติดหล่มลึกขณะที่เสด็จพระราชดำเนินไปตามทางที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ทรงขับรถยนต์พระราชพาหนะลุยน้ำข้ามลำธารอันเชี่ยวกราก แม้ต้องทรงฝ่าแสงแดดแผดกล้า จนพระเสโทหลั่งไหลเปียกชุ่มฉลองพระองค์ และพระเสโทไหลหยดจากปลายพระนาสิก แม้ต้องทรงฝ่าสายฝนทั้งที่มี และไม่มีฉลองพระองค์กันฝนป้องกัน เพียงเพื่อให้ทางสามารถบุกบั่นเข้าไปให้ถึงจุดหมายให้จงได้อย่างไม่ทรงท้อถอย เพื่อทรงรับรู้ประเด็นปัญหาในพื้นที่และความทุกข์ยากแร้นแค้นลำเค็ญ และสภาพความเป็นจริง จากปากของพสกนิกรผู้ยากไร้ด้วยพระเนตรพระกรรณของพระองค์เอง

การเสด็จพระราชดำเนินดังกล่าวข้างต้น ทำให้พระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรและทรงพบเห็นสภาพความเป็นอยู่ และสภาพปัญหาความทุกข์ร้อนลำเค็ญจากปากของราษฎรที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลเหล่านั้นโดยตรงตามความเป็นจริง ทรงประมวลและทรงบันทึกไว้ทั้งในแผนที่ และกล้องถ่ายภาพ ทรงใช้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านั้นเป็นฐานข้อมูลประกอบพระบรมราชวินิจฉัยในการคิดค้นวิธีแก้ปัญหาทุกข์ยากของราษฎรได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น

ฉะนั้น ปวงชนชาวไทยจึงได้เห็นโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริกระจายอยู่ทุกแห่งหนทั่วราชอาณาจักรจนถึงบัดนี้กว่า 3,000 โครงการ ล้วนแต่เป็นโครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่มวลพสกนิกรโดยถ้วนหน้า โดยไม่เลือกฐานะ ชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และลัทธิการเมือง โดยมิได้ทรงคาดหวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกจากความสบายพระราชหฤทัยที่ทรงเห็นพสกนิกรของพระองค์ท่านอยู่ดีมีสุขไม่แก่งแย่งช่วงชิงเบียดเบียนหรือวิวาทฆ่าฟันกันเอง พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นดังกล่าวจึงเปรียบประดุจสังฆทาน

ฝนหลวงเป็นหนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว เพียงแต่แตกต่างจากโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริอื่นๆ ที่โครงการฝนหลวงเป็นโครงการตามพระราชประสงค์โดยแท้ ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและความห่วงใย ทรงเล็งเห็นว่าปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรน้ำเนื่องจากภัยแล้งเป็นมหันตภัยที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของพสกนิกรโดยตรง ในวงกว้างโดยเฉพาะเกษตรกรและชาวชนบทผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในที่ห่างไกลความเจริญและทุกรกันดารในทุกภาพของประเทศ ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชาติโดยรวมทรงเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการคิดค้นหามาตรการ หรือวิธีการที่จะคลายทุกข์ร้อน และป้องกันมิให้เกิดภัยแล้งรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤติจนยากที่จะเยียวยาแก้ไขในอนาคต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ที่ทรงงานอย่างหนัก และเหนื่อยยากตรากตรำแม้ในยามดึกดื่นค่ำคืนอันเป็นเวลาที่สมควรทรงพักผ่อนพระวรกาย ทรงอุตสาหะวิริยะ และพากเพียรในการค้นคว้าทดลองและประดิษฐ์คิดค้นจนเกิดเทคโนโลยีการทำฝน พระราชทานให้ใช้เป็นหลักการที่เป็นขั้นตอนกรรมวิธีในการปฏิบัติการทำฝนช่วยเหลือราษฎรได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งทรงพัฒนาเทคนิคในการประยุกต์เทคโนโลยีฝนหลวงให้สัมฤทธิ์ผลและแม่นยำยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทรงได้รับการยอมรับจากองค์การอุตุนิยมวิทยา องค์การระดับนานาชาติ และได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและประกาศกิตติคุณในฐานะที่เป็น ผลงานประดิษฐ์คิดค้นยอดเยี่ยมและเป็นเลิศ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่อันทรงคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศ จากองค์การต่างประเทศดังกล่าวเหล่านั้น และทรงได้รับ สิทธิบัตร ที่ทางจดในพระปรมาภิไธยจากสำนักสิทธิบัตรแห่งประเทศไทย สำนักสิทธิบัตรแห่งสหภาพยุโรป และสำนักสิทธิบัตรแห่งเขตปกครองพิเศษ (ฮ่องกง) สาธารณะรัฐประชาชนจีน รวมทั้งได้รับการลงทะเบียนการขอจดสิทธิบัตร เพื่อพิจารณาในการอนุมัติการออกสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยจากสำนักสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกาอีกด้วย นำมาซึ่งความปลื้มปีติ ยินดีและภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทยโดยถ้วนหน้าที่สิทธิบัตรฝนหลวงเกิดจากอัจฉริยะภาพของคนไทย ซึ่งเป็นคนไทยที่ทรงมีสถานะภาพเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทย และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก และพระองค์เดียวในโลกที่ทรงได้รับสิทธิบัตรอันทรงเกียรติ ซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศขอประเทศย่อมขจรขจายไปสู่นานาอารยประเทศ พสกนิกรไทยล้วนสำนึกในพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้นี้