พระปรีชาสามารถราษฎร์ประจักษ์

เทคโนโลยีฝนหลวงมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าทรงเกิดประกายความคิดว่า “ทำอย่างไรจะรวมเมฆให้เกิดเป็นฝนตกลงสู่พื้นที่แห้งแล้ง” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ในระหว่างที่เสด็จเยือน 15 จังหวัดในภาคอีสาน วันที่ 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ซึ่งทรงระบุว่า ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฝนหลวงใจปัจจุบัน จากบัดนั้นเป็นต้นมาทางค้นคว้าวิจัยและวิเคราะห์จากที่ทรงศึกษา ทบทวนเอกสารอ้างอิง ตำราวิชาการ และรายงานการค้นคว้าทดลอง จนทรงเชื่อมั่นถึงความเป็นไปได้ที่จะประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีการทำให้เกิดฝนด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทางกำหนดเป็นข้อสมมติฐานที่ทรงคาดหวังผลไว้อย่างชัดเจน ในการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองการทำฝนบนท้องฟ้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 19-20 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 การปฏิบัติการค้นคว้าทดลอง การประดิษฐ์คิดค้นเป็นพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝน ควบคู่กับการปฏิบัติการฝนหลวงหวังผลช่วยเหลือราษฎรตามการทูลเกล้าถวายฎีกาและการร้องเรียนได้อย่างสัมฤทธิ์ผล และก้าวหน้ายิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตามลำดับ สื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ได้เผยแพร่ความสำเร็จในการประดิษฐ์คิดค้นและการปฏิบัติการทำฝนสู่ความรับรู้ของสาธารณชนในประเทศอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยเฉพาะเกษตรกรและชาวชนบทผู้ยากไร้ที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารและห่างไกลในทุกภาคส่วนของประเทศ รวมทั้งได้รับการเผยแพร่ออกไปยังนานาประเทศที่มีกิกรรมการดัดแปรสภาพอากาศและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งที่เป็นประเทศและเขตปกครองพิเศษรวม 187 ประเทศ โดยเฉพาะเมื่อทางพระกรุณาอำนวยการปฏิบัติการสาธิตการทำฝนด้วยขั้นตอนกรรมวิธีและเทคโนโลยีในขณะนั้น และทรงพระกรุณาถ่ายทอดความเชี่ยวชาญและประสบการณ์แก่คณะนักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ณ สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ซึ่งทรงกำหนดเป็นเป้าหมายหวังผลที่มีขนาดเล็กที่สุด จึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายยากลำบากต่อการชักนำและบังคับให้ฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแม่นยำ เป็นที่ประทับใจและอัศจรรย์ใจแก่คณะนักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ข้าราชการบริพารข้นสูงทั้งที่เป็นข้าราชการสำนักและข้าราชการที่เฝ้าฯ สังเกตการณ์อยู่ในขณะนั้นเป็นอย่างยิ่ง

จนในปี พ.ศ. 2516 จากการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองและปฏิบัติการทำฝนที่สัมฤทธิ์ผลตามขั้นตอนกรรมวิธีและเทคนิคการทำฝนด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาตามลำดับ ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการค้นคว้าทดลองในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2512 จนถึงการปฏิบัติการทำฝนสาธิตแก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ในปี พ.ศ. 2515 ทรงประมวลผลสัมฤทธิ์เหล่านั้นดังกล่าว และประดิษฐ์ คิดค้นให้เป็นเทคโนโลยีการทำฝนในเบื้องต้น (Basic Technology) และทรงบัญญัติคำให้ง่ายต่อความเข้าใจและการสื่อสารเป็น 3 ขั้นตอนคือ ก่อกวน เลี้ยงอ้วน และโจมตี โดยเฉพาะเทคนิคการโจมตีให้ฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผลอย่างแม่นยำ และเพิ่มปริมาณฝนตกให้สูงขึ้น โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่าเทคนิคการโจมตี แบบแซนด์วิช (Sandwich) พระราชทานให้ใช้เป็นเทคโนโลยีการทำฝนตั้งแต่ พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา

การประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีฝนหลวงบรรลุผลในชั้นตอนการวิจัยตามพระราชประสงค์แล้วในปี พ.ศ. 2516 ทรงมีพระราชกระแสว่าการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุดต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าสืบไป ฉะนั้น ต่อจาก พ.ศ. 2516 นอกจะทรงเอาพระทัยใส่ติดตามผลการปฏิบัติการทำฝนอย่างใกล้ชิดแล้วยังพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคในการประยุกต์เทคโนโลยีฝนหลวงให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ระบบนิเวศน์ ภูมิอากาศ และฤดูกาลที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการ เช่น เทคนิคการงัดเมฆให้พ้นจากยอดเขาและชักนำให้ฝนตกลงสู่พื้นที่ราบใต้ลม เทคนิคการใช้น้ำแข็งแห้งลดฐานเมฆให้ต่ำลงและชักนำให้ฝนตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายหลังผลอย่างแม่นยำด้วยปริมาณฝนตกสูงขึ้น เทคนิคในการชะลอให้กลุ่มเมฆเคลื่อนตัวพ้นพื้นที่เป้าหมายหวังผลช้าลงเพื่อให้ปริมาณฝนตกเพิ่มสูงขึ้น เทคนิคการขยายอาณาเขตฝนตกสวนทิศทางลม เทคนิคการจูงหรือย้ายเมฆฝนให้พ้นพื้นที่ที่ไม่ต้องการฝนไปยังพื้นที่ต้องการฝน เทคนิคการใช้สารฝนหลวงสูตรสลับ – กับเมฆภูเขาที่แผ่เป็นพืดปกคลุมหุบเขาของอ่างเก็บน้ำให้เกิดฝนลงสูอ่างเก็บน้ำ เทคนิคการแหวกเมฆนำร่องด้วยเครื่องบินปีกตรึงและตามด้วยเครื่องบินปีกหมุน เทคนิคการทำลายลูกเห็บโดยเทคโนโลยีฝนหลวง เทคนิคการทำลายเมฆหมอกด้วยเทคโนโลยีฝนหลวง เทคนิคการดับไฟป่า เทคนิคการทำลายหมอกอันเนื่องมาจากไฟป่า เทคนิคการยับยั้งความรุนแรงหรือป้องกันไม่ให้เกิดพายุลูกเห็บ

จนกระทั่ง พ.ศ. 2542 เกิดสภาวะแห้งแล้งรุนแรงในขั้นวิกฤติ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งขึ้น ณ ฐานปฏิบัติการสนามบินนครสวรรค์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการให้แก่จังหวัดในภาคกลางตอนบน และ ณ ฐานปฏิบัติการสนามบินจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการในภารเหนือตอนล่าง โดยโปรดเกล้าฯ ให้ทบทวนเทคนิคที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นที่เคยใช้ปฏิบัติการที่ได้ผลมาแล้ว และพระราชทานให้ใช้เสริมการประยุกต์เทคโนโลยีฝนหลวงให้สัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น โดยให้สภาวะแห้งคลายความรุนแรงลง จนคืนเข้าสู่สภาวะปกติได้อย่างสิ้นเชิงในระยะเวลาอันสั้น ในระหว่างการปฏิบัติการสู้ภัยแล้งนี้ ทรงประดิษฐ์คิดค้นเทคนิคควบคู่ไปด้วย โดยโปรดเกล้าฯ ให้นำเทคโนโลยีการทำฝนในส่วนของเมฆเย็นที่ทดสอบได้ผลแล้ว ร่วมกับเทคโนโลยีฝนหลวงจากเมฆอุ่น พร้อมทั้งพัฒนาเทคนิคการโจมตีเมฆอุ่นและเมฆเย็นในขณะเดียวกันได้อย่างสัมฤทธิ์ผล สามารถชักนำฝนให้ตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายหวังผลได้อย่างแม่นยำและเพิ่มปริมาณฝนสูงยิ่งขึ้น โปรดเกล้าฯ ให้เรียกเทคนิคที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาใหม่ว่า เทคนิคการโจมตีแบบ Super Sandwich เทคโนโลยีฝนหลวงจึงได้รับการพัฒนาจาก 4 ขั้นตอนเป็น 6 ขั้นตอน พร้อมทั้งทรงประดิษฐ์แผนภาพ (การ์ตูน) ด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยพระองค์เองซึ่งรวมขั้นตอนกรรมวิธีเทคนิคของเทคโนโลยีฝนหลวงทั้ง 6 ขั้นตอนไว้อย่างครบถ้วนในหนึ่งหน้ากระดาษพระราชทานให้ใช้เป็น ตำราฝนหลวง (ดังแผนภาพตำราฝนหลวงพระราชทาน) ในการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นมาช่วยให้สภาวะแห้งแล้วงรุนแรงขั้นวิกฤติคืนเข้าสู่สภาวะปกติในระยะเวลาอันสั้นอย่างสัมฤทธิ์ผลตามพระราชประสงค์ และยังใช้เป็นตำราฝนหลวงอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

จึงนิยามได้ว่า ฝนหลวง คือ เทคโนโลยีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชการปัจจุบันทรงประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาขึ้นมา และพระราชทานให้ใช้เป็นเทคโนโลยีในการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนจากเมฆอุ่น (Warm Cloud) และเมฆเย็น (Cool Cloud) ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่กระทำด้วยความตั้งใจของมนุษย์ที่มีการวางแผนการปฏิบัติการหวังผลที่แน่นอน โดยการใช้สารฝนหลวงที่ดูดซับความชื้นได้ดี (Hygroscopic Substance) เป็นตัวเร่งเร้าทั้งในบรรยากาศ หรือเมฆที่มีอุณหภูมิสูงกว่าและต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ให้กระบวนการเกิดฝนเกิดเร็วขึ้น ตั้งแต่กระบวนการเกิดเมฆ (Cloud Formation) การเจริญของเมฆ (Cloud Growth) การเริ่มต้นให้ฝนตก (Rain Initiation) การยืดอายุการตกของฝนให้นานขึ้น (Prolonging of rain duration) ให้ฝนตกกระจายอย่างทั่วถึง (Rain Redistribution) และชักนำฝนให้ตกลงสู่พื้นที่เป้าหมายที่กำหนด (Designated Target area) ได้อย่างแม่นยำและแผ่อาณาเขตครอบคลุมอาณาเขตเป็นบริเวณกว้างมากที่จะปล่อยให้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2542 ตำราฝนหลวงพระราชทาน (หรือ Royal Rainmaking Technology) ทรงเห็นสมควรให้ขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีฝนหลวงซึ่งรวมทั้งเทคนิคต่างๆ ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเทคนิคในการโจมตีแบบ Super Sandwich Technique ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อเสริมการประยุกต์ ขั้นตอนต่างๆ ของเทคโนโลยีฝนหลวงสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งแผนภาพ (การ์ตูน) ตำราฝนหลวงพระราชทาน โปรดเกล้าฯ ให้นายดิสธร วัชรโรทัย (ผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์) มอบให้นายเมธา รัชตะปิติ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวงปัจจุบัน (อดีตผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง) ให้จัดทำเอกสารทางวิชาการประกอบแบบฟอร์มคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำเอกสารพร้อมแบบฟอร์มคำขอสิทธิบัตรทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย และลงพระปรมาภิไธยในแบบฟอร์มคำขอจดสิทธิบัตรภายใต้ชื่อ การดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝน ในฐานะทรงเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2542 เสนอต่อสำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย ระหว่างรอพระบรมราชวินิจฉัย เห็นว่าการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิในประเทศไทยเท่านั้น สมควรจดสิทธิบัตรในต่างประเทศเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ทั่วโลก ทรงมีพระบรมราชานุญาตและโปรดเกล้าฯ ให้ขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศควบคู่ไปด้วย จึงมีการดำเนินการจัดทำเอกสารประกอบแบบฟอร์มคำขอจดสิทธิบัตรจากสำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย

“เทคโนโลยีฝนหลวง” ได้รับการเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับในหมู่นักวิทยาศาสตร์ องค์กรและสถาบันที่มีกิจกรรมการดัดแปรสภาพอากาศวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาทั้งในระดับนานาชาติและระดับโลก เช่น องค์การอุตุนิยมวิทยาทั้งในระดับนานาชาติและระดับโลก เช่น องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นต้น จนทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล และประกาศพระเกียรติคุณจากองค์กรดังกล่าวโดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2544 องค์กรเอกชนระดับนานาชาติได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตผ่านราชเลขาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติให้ทำผลงานประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีฝนหลวง (The Royal Rainmaking Technology) ไปร่วมจัดแสดงในงานนิทรรศการ Brussels Eureka 2001: 50Th Anniversary Of The World Exhibition of innovation research and new technology ณ กรุงบรัสเซลล์ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 เป็นนิทรรศการระดับนานาชาติ มีประเทศที่ส่งผลงานเข้าร่วม 23 ประเทศ ปรากฏว่าผลงานประดิษฐ์คิดค้น The Royal Rainmaking Technology เป็นหนึ่งในสามผลงานที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลยอดเยี่ยมอันเป็นเลิศ เป็นนวัตกรรมใหม่ แนวคิดใหม่ และทฤษฎีใหม่ อันมีคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและไม่มีผู้ใดประดิษฐ์คิดค้นมาก่อน

ในโอกาสดังกล่าวที่โปรดเกล้าฯ ให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาตินำผลงานประดิษฐ์คิดค้น The Royal Rainmaking  Technology ไปร่วมแสดงในงานนิทรรศการระดับนานาชาติดังกล่าวโปรดเกล้าฯ ให้นายดิสธร วัชรโรทัย ผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์ประสานงานให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติพิจารณาดำเนินการจดสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศในพระปรมาภิไธยโดยใช้ต้นร่างที่ นายเมธา รัชตะปีติ ทูลเกล้าฯ ถวายไว้แล้วเป็นต้นแบบ

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะทำงาน 2 คณะ คือ คณะทำงานในโครงการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตรถวายพระบาทสำเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคณะทำงานในโครงการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ซึ่งคณะทำงานทั้งสองคณะได้ดำเนินการยื่นคำของสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 จนได้ออกสิทธิบัตรดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 และโปรดเกล้าฯ ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2546 (ดูรายนามคณะทำงานทั้งสองในภาคผนวก)

สำหรับในต่างประเทศได้ดำเนินการยื่นคำขอสิทธิบัตรภายใต้ชื่อ Weather Modification By Royal Rainmaking Technology ต่อสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2546 และสำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกาในปีเดียวกัน จนได้รับสิทธิบัตรจากสำนักสิทธิบัตรยุโรปที่ออกให้ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2548 และโปรดเกล้าฯ ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาผู้แทนพระองค์เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2548 พร้อมทั้งสิทธิ์บัตรภายใต้ชื่อเดียวกันที่ออกให้โดยสำนักงานสิทธิบัตรแห่งเขตปกตรองพิเศษฮ่องกง สาธารณะรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2549

และในปี พ.ศ. 2546 เดียวกัน ได้ดำเนินการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา จนได้รับการลงทะเบียนคำขอสิทธิบัตร และได้รับการคุ้มครองคำขอสิทธิบัตรไว้แล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและพิจารณาออกสิทธิบัตรให้

นอกจากนั้นสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติกำลังพิจารณาดำเนินการที่จะยื่นคำขอสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรในประเทศอื่นๆ ที่สำคัญ และจำเป็นเพื่อให้เทคโนโลยีฝนหลวงได้รับการคุ้มครองสิทธิให้มากที่สุดในโลกเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ดีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรทั้งใน และต่างประเทศดังกล่าวต่างมีขั้นตอนและกระบวนการตรวจสอบ และค้นหากับสำนักงานสิทธิบัตรทั่วโลกว่ามีการซ้ำซ้อนหรือมีการจดสิทธิบัตรมาก่อนหรือไม่ เป็นนวัตกรรมใหม่หรือเป็นแนวคิดใหม่หรือไม่ ฉะนั้นสิทธิบัตรที่ได้รับจากสำนักงานสิทธิบัตรต่างประเทศแล้วดังกล่าว จึงได้รับการกลั่นกรองและเผยแพร่สู่การรับรู้ของสำนักงานสิทธิบัตรทั่วโลกโดยปริยาย โดยเฉพาะประเทศสมาชิกขององค์กรการอุตุตนิยมวิทยาโลก 181 ประเทศ นอกจากนั้นพระอัจฉริยภาพพระปรีชาสามารถและสติปัญญาอันเป็นเลิศเป็นที่ประจักษ์ เทคโนโลยีฝนหลวง และเทคนิคเสริมที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาซึ่งเป็นข้ออ้างสิทธิซึ่งปรากฎอยู่ในเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนสิทธิบัตรครอบคลุมขั้นตอนกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนไว้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน ยากที่จะมีผู้ใดจะยื่นคำขอสิทธิบัตรซ้ำซ้อนหรือลอกเลียนแบบได้ในรอบ 5 ทศวรรษในอนาคต

สิทธิบัตรที่ได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร ภายใต้ชื่อการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝน ทรงมีพราะราชกระแสในวันที่โปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเข้าเฝ้าฯ ถวายสิทธิบัตรฝนหลวง เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2548..ว่า “สิทธิบัตรนี้....เราคิดเอง.....คนไทยทำเอง.....เป็นของคนไทย.....มิใช่เพื่อพระเจ้าอยู่หัว.....ทำฝนนี้ทำสำหรับชาวบ้าน.....สำหรับประชาชน.....ไม่ใช่ทำสำหรับพระเจ้าอยู่หัว.....พระเจ้าอยู่หัวอยากได้น้ำ ก็ไปเปิดก๊อกเอาน้ำมาใช้ อยากได้น้ำสำหรับการเพาะปลูกก็ไปสูบจากน้ำคลองชลประทานได้ แต่ชาวบ้านชาวนาที่ไม่มีโอกาสมีน้ำสำหรับเกษตรก็ต้องอาศัยฝน ฝนไม่มีก็ต้องอาศัยฝนหลวง” สิทธิบัตรฝนหลวงที่ทรงได้รับจึงเป็นเครื่องยืนยันถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ อันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใจต่อปัญหาทุกข์ยากและเดือดร้อนเสียหาย อันเนื่องมาจากมหันตภัยแล้งของราษฎรโดยถ้วนหน้า ต่างตระหนักถึงพระราชอุตสาหะวิริยะทรงเสี่ยงภัย เหน็ดเหนื่อย ตรากตรำพระวรกายทั้งกลางวันกลางคืน แม้ในยามค่ำคืนดึกดื่น และทรงพากเพียรพยายามในการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีฝนหลวงเพื่อป้องกันและกู้ภัยแล้ง จนทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรจากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากจะเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณต่อนานาชาติทั่วโลกแล้วยังเป็นความปลาบปลื้มปีติและนำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงของประเทศชาติโดยรวมว่า สิทธิบัตรเป็นของคนไทยและประเทศไทยคนไทยคิดเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยทำได้ คนไทยนั้นมีพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักอย่างหาที่สุดมิได้ของปวงชนชาวไทย และเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์เดียวในโลกที่ได้รับการออกสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย จากสำหนักสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ